เช็กลิสต์ 7 ข้อ! วิธีเลือกบริษัท รปภ. (Security Guard) ยังไงให้ “ใช่” ปลอดภัย หายห่วง
การเลือกบริษัทรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ไม่ใช่แค่การจ้างใครสักคนมานั่งเฝ้าหน้าประตู แต่คือการ “ลงทุน” กับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับหมู่บ้าน คอนโด โรงงาน หรือออฟฟิศ การตัดสินใจผิดพลาดอาจหมายถึงความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้
แต่การจะเลือกบริษัท รปภ. ดีๆ สักแห่งจากตัวเลือกมากมายในตลาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บทความนี้จะสรุป “เช็กลิสต์” ง่ายๆ 7 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณคัดกรองและตัดสินใจเลือกบริษัท รปภ. ที่ “ใช่” สำหรับคุณครับ
1.ต้องถูกกฎหมาย (มีใบอนุญาต ธ.พ.๗)
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดและเป็นด่านแรกที่ต้องตรวจสอบ บริษัท รปภ. ที่ถูกกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย (ธ.พ.๗) ที่ออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทำไมถึงสำคัญ?
- เป็นการการันตีว่าบริษัทนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมาย
- พนักงาน รปภ. ของบริษัทนี้จะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กฎหมายกำหนด
- หากมีปัญหา คุณสามารถตรวจสอบและร้องเรียนได้
วิธีเช็ก: ขอเอกสารใบอนุญาต ธ.พ.๗ จากบริษัทมาตรวจสอบได้เลย ถ้าไม่มี หรืออ้างว่ากำลังขอ… ให้คิดหนักๆ ครับฃ
2.คุณภาพและการฝึกอบรมของ รปภ.
ตัว “พนักงาน รปภ.” คือหัวใจของบริการ อย่าลืมสอบถามเรื่องนี้ให้ชัดเจน
- การคัดกรอง: บริษัทมีขั้นตอนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพนักงานหรือไม่?
- การฝึกอบรม: พนักงาน รปภ. ทุกคนต้องผ่านการอบรมหลักสูตร รปภ. (อย่างน้อย 40 ชั่วโมงตามกฎหมาย) หรือไม่?
- อบรมเพิ่มเติม: มีการฝึกอบรมพิเศษอื่นๆ อีกไหม เช่น การดับเพลิงเบื้องต้น, การปฐมพยาบาล (First Aid), การใช้เครื่องมือสื่อสาร, หรือศิลปะป้องกันตัว?
- ภาพลักษณ์: ความสะอาดเรียบร้อยของเครื่องแบบ การแต่งกาย ทรงผม สะท้อนถึงวินัยและความเป็นมืออาชีพ
3.การรับประกันความเสียหาย (ต้องมีประกัน!)
ถ้า รปภ. หลับยามแล้วของหาย? หรือ รปภ. ประมาทเลินเล่อจนเกิดความเสียหาย? บริษัทจะรับผิดชอบอย่างไร?
บริษัท รปภ. ที่เป็นมืออาชีพ ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลที่สาม (Liability Insurance) เพื่อชดเชยค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน
วิธีเช็ก: ขอดูสำเนากรมธรรม์ประกันภัย และดูวงเงินความคุ้มครองว่าเพียงพอต่อความเสี่ยงของพื้นที่คุณหรือไม่
4.ระบบบริหารจัดการและสายตรวจ
บริษัทที่ดีไม่ได้มีแค่ รปภ. แต่ต้องมี “ระบบ” ที่ดีด้วย
- สายตรวจ (Supervisor): มีสายตรวจหรือผู้จัดการพื้นที่ เข้ามาตรวจสอบการทำงานของ รปภ. ที่หน้างานของคุณบ่อยแค่ไหน? (เช่น ทุกวัน, ทุกกะ) สายตรวจคือคนที่จะช่วยแก้ปัญหาและควบคุมคุณภาพงาน
- ศูนย์ประสานงาน (Control Room): มีศูนย์สั่งการที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมงหรือไม่? เผื่อมีเหตุฉุกเฉินตอนดึก
- การแก้ปัญหา: ถ้า รปภ. ขาดลาป่วย หรือไม่มาทำงาน บริษัทมีแผนสำรองอย่างไร? (การันตีกำลังพลต้องครบ 100%)
5.เทคโนโลยีและการรายงานผล
ในยุคนี้ รปภ. ไม่ควรมีแค่กระบองกับไฟฉาย ถามบริษัทว่า…
- มีระบบสแกนจุด (Guard Tour) หรือไม่? (อาจเป็นตู้แดงดิจิทัล หรือใช้แอปมือถือ) เพื่อเช็กว่า รปภ. เดินตรวจตราจริง
- มีการใช้กล้องติดตัว (Body Cam) หรือไม่? (สำหรับบางพื้นที่ที่ต้องการหลักฐานชัดเจน)
- การรายงานผล: มีการสรุปรายงานเหตุการณ์ประจำวันส่งให้คุณอย่างไร? (ส่งทาง LINE, Email หรือมีแอปพลิเคชันให้ดู)

6.ความน่าเชื่อถือและผลงาน (Portfolio)
บริษัทนี้มีประสบการณ์แค่ไหน?
- ประสบการณ์: ก่อตั้งมานานแค่ไหน?
- ผลงานอ้างอิง (References): ขอดูรายชื่อลูกค้าที่บริษัทให้บริการอยู่ (โดยเฉพาะลูกค้าที่ลักษณะธุรกิจคล้ายกับคุณ) ถ้าเป็นไปได้ ลองโทรสอบถามลูกค้าเก่าของเขาเพื่อเช็กฟีดแบ็กจริง
7.ราคาที่สมเหตุสมผล (อย่าเลือกที่ “ถูกที่สุด”)
เรื่องจริงที่ต้องยอมรับคือ “ของดีและถูกมาก” ไม่มีจริง ในวงการ รปภ.
บริษัทที่เสนอราคาถูกมากๆ มักจะต้องลดต้นทุนบางอย่างเสมอ ซึ่งอาจจะเป็น:
- การไม่ทำประกันภัย
- การไม่อบรมพนักงาน
- การกดค่าแรง รปภ. (ทำให้ได้คนไม่มีคุณภาพ หรือ รปภ. ไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน)
- การไม่มีระบบสายตรวจ
คำแนะนำ: ให้เปรียบเทียบราคาจาก 2-3 บริษัท โดยดูว่า “สิ่งที่คุณจะได้รับ” (ใน 6 ข้อข้างบน) เทียบกับราคาแล้ว บริษัทไหนคุ้มค่าและสมเหตุสมผลที่สุด

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ควรเลี่ยง
- ไม่มีใบอนุญาต ธ.พ.๗ (ข้อนี้จบเลย ไม่ต้องคุยต่อ)
- ราคาถูกกว่าตลาดอย่างชัดเจน
- ไม่มีระบบสายตรวจ หรือตอบไม่ได้ว่าจะมาตรวจบ่อยแค่ไหน
- ไม่มีประกันความรับผิดชอบ
- ตอบคำถามเรื่องการอบรมได้ไม่ชัดเจน
การเลือกบริษัท รปภ. คือการเลือก “พาร์ทเนอร์” ที่จะมาช่วยดูแลความปลอดภัย การสละเวลาตรวจสอบตามเช็กลิสต์นี้ในตอนต้น จะช่วยให้คุณได้บริษัทที่เป็นมืออาชีพ มีความรับผิดชอบ และทำให้คุณ “ปลอดภัย หายห่วง” ได้ในระยะยาวครับ และนี่คือ วิธีเลือกบริษัท รปภ.
ติดต่อสอบถามขอใบเสนอราคา รปภ. Line ID : @premiumguard